ซึ้งในประเพณีไทย "วันเพ็ญเดือน 12 น้ำก็นองเต็มตลิ่ง เราทั้งหลายชายหญิงสุขใจกันจริงมาลอยกระทง" เนื้อเพลงที่ฟังคุ้นหูกันมาตั้งแต่สมัยคุณย่ายังเด็ก บ่งบอกถึงวันสำคัญที่หลายคนรอคอย คือวันลอยกระทงนั่นเอง ซึ่งตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๑๒
เป็นประเพณีที่สืบทอดมาแต่โบราณ นอกจากจะมีวัตถุประสงค์ที่หลากหลายเช่นลอยเคราะห์
บูชาพระพุทธเจ้า นิยมทำเพื่อขอขมา และระลึกถึงคุณแม่พระคงคาแล้ว ประเพณีลอยกระทงยังสะท้อนวิถีชีวิตและค่านิยมของคนไทย ในเรื่องความสมัครสมานสามัคคีในการร่วมกันจัดงาน ความสามารถในศาสตร์แห่งศิลปะแสดงออกผ่านความคิดสร้างสรรค์ในการประดิษฐ์กระทง และที่สำคัญคือ ความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา ที่ปลูกฝังสั่งสอนกันมาจากรุ่นสู่รุ่นว่าให้รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน รู้จักกตัญญูกตเวที สิ่งเหล่านี้ล้วนสอดแทรกผ่านประเพณีอันดีงามที่สืบทอดกันมาช้านานอย่างประเพณีลอยกระทงทั้งสิ้น
แสงไฟใต้น้ำ วัดซึ้งบน อ.ขลุง จ.จันทบุรี ได้จัดงานลอยกระทงอย่างยิ่งใหญ่ต่อเนื่องทุกๆปี บรรยากาศมีประชาชน เยาวชน
และนักท่องเที่ยวพาครอบครัวเดินทางมาลอยกระทงสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีลอย
กระทงกันเป็นจำนวนมาก โดยในปีนี้ทางวัดได้มีการจัดขบวนแห่กระทง
นางนพมาศไปรอบตัวอำเภอขลุง และภาคค่ำ
ทางวัดซึ้งบนได้มีการจัดงานประเพณีลอยกระทงอย่างยิ่งใหญ่
โดยการประดับแสงไฟตามต้นไม้ และการประดับไฟสถานที่สำคัญเมืองจำลองต่างๆ
ที่เป็นประชาคมอาเซียนอย่างสวยงาม สร้างจุดขายให้ประชาชน
และนักท่องเที่ยวได้หลงใหลเข้ามาถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกลับไป
ซึ้งในแรงแห่งศรัทธา วัดยังได้มีการจัดให้ประชาชน เยาวชน
และนักท่องเที่ยวได้ร่วมทำบุญกับวัดโดยการจัดทอดผ้าป่าสามัคคี ถวายไตร ถวายสังฆทาน ทำบุญพระประจำวันเกิดได้ตามจิตศรัทธา เรียกได้ว่าได้ความสุขทั้งทางกายและทางใจ ได้บุญกุศลกลับบ้านไปด้วย มาเที่ยวงานลอยกระทงที่วัดซึ้งบนที่เดียวก็คุ้มเกินคุ้ม
ซึ้งใจในความสมัครสมานสามัคคี ในทุกปี วัดซึ้งบนจะจัดสถานที่อย่างสวยงาม อลังการงานสร้าง แต่ละปีก็จะเปลี่ยนแนวความคิดไปตามสมัยนิยม ส่วนในปี 2558 นี้ ได้จัดสวนหย่อมเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สื่อถึงโครงการในพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง สะท้อนวิถีชีวิตของคนอ.ขลุง ด้วยการนำพืชผักผลไม้ที่มีในท้องถิ่นมาประดาประดา จำลองเป็นสถานที่และมุมสำหรับถ่ายรูปที่สวยงาม สร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาร่วมงาน นอกจากนี้ยังมีมุมจำลองสถานการณ์สมัยกู้ชาติของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชอันเป็นที่เคารพศรัทธายิ่งของชาวจันทบุรี ทั้งหมดทั้งปวงนี้เกิดขึ้นได้จากความร่วมแรงร่วมใจของคนตำบลซึ้ง ที่ช่วยกันรังสรรค์งานได้ยิ่งใหญ่อลังการทุกๆปี

ซึ้งในวัฒนธรรมไทย แม้ปัจจุบันนี้จะมีมหรสพใหม่ๆเกิดขึ้นมามากมาย แต่วัดซึ้งบนก็ยังคงไว้ซึ้งมหรสพที่ถือได้ว่าเป็นวัฒนธรรมไทยที่ดีงามอย่าง "ลิเก" ซึ่งถือได้ว่าหาชมได้ยาก เพราะเยาวชนคนรุ่นใหม่มักให้ความสนใจกับการแสดงอย่างอื่นที่ตื่นเต้นเร้าใจ ประกอบกับนักแสดงที่จะมาเล่นลิเกได้นั้นจะจต้องมีใจรัก ขยันฝึกซ้อม แต่ความนิยมในการชมลิเกลดน้อยลง เยาวชนที่จะมาสืบทอดการแสดงลิเกนั้นจึงน้อยลงไปด้วย วัดซึ้งบนจึงได้นำลิเกมาให้ลูกหลานได้ชื่นชมในความงาม ทั้งศิลปะการร้องการรำ เพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมที่ดีงามของไทยนั่นเอง
ซึ้งในความรักความผูกพัน นอกจากการลอยกระทงตามประเพณี ได้รับความสนุกสนานรื่นเริงจากการเที่ยวชมมหรสพ เชื่อได้ว่า เราคงได้เห็นภาพน่ารักๆ ที่เกิดจากความรักความผูกพันของคนในครอบครัว บางคนก็จูงลูกจูงหลาน บอกเล่าความเป็นมา พร้อมชี้แนะขั้นตอนการลอยกระทงที่ถูกต้อง อีกภาพที่น่าประทับใจคือ ภาพที่คนสูงวัยได้มีโอกาสพบลูกหลานที่จากถิ่นฐานบ้านเกิดไปทำงานต่างจังหวัด ก็ถือโอกาสวันสำคัญนี้ ได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา มีความสุขชื่นมื่นกันทุกคน
กว่าจะได้กระทงสักใบ ต้องใช้ความใส่ใจในสร้างสรรค์ กว่าจะจัดสถานที่ขึ้นมาเป็นงาน ต้องใช้การลงแรงร่วมกันเป็นหมู่คณะ กว่าจะถ่ายทอดสิ่งดีๆสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน ต้องใช้เวลานานสืบทอดหลายชั่วอายุคน สิ่งดีดีเหล่านี้จะยังคงอยู่ตราบนานเท่านาน ถ้าหากเราซาบซึ้งดีในวิถีชีวิตแบบคนไทย ภาคภูมิใจในวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามนี้ ร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการสืบทอด ให้เมืองไทย ยังคงความดีงามแแบไทย ให้ประจักษ์แก่สายตาคนทั้งโลกว่าประเทศสยามของเรามีดี ไปตราบชั่วนิจนิจรันเดร์
อย่าลืม ลอยกระทงปีหน้า หวังเป็นอย่างยิ่งว่า วัดซึ้งบนจะมีโอกาสได้ต้อนรับทุกๆท่าน มาลอยกระทงแบบซึ้งๆไปกับเรานะคะ
การเดินทางก็แสนสะดวกสบายด้วยระยะทางห่างจากอ.เมืองเพียงแค่ 34 กิโลเมตร ขับรถมาทางถนนสุขุมวิทย์สายจันทบุรี - ตราด ถึงสี่แยกไฟแดงขลุงแล้วเลี้ยวขวา ขับตรงไปอีกประมาณ 300 เมตรประตูวัดจะอยู่ด้านขวามือ
นางสาววิภา ชัยอัจฉรา โรงเรียนบ่อวิทยาคาร อ.ขลุง จ.จันทบุรี.....รายงาน
|
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น